Sign Petitions

banner

ร่วมลงชื่อเสนอ “ร่างพระราชบัญญัติผู้ลี้ภัย พ.ศ…..”

คลิก เพื่อดาวน์โหลด บทสรุปสาระสำคัญ ร่าง พ.ร.บ.ผู้ลี้ภัย พ.ศ. ….

ความหมายของ “ผู้ลี้ภัย” ตาม พ.ร.บ. ผู้ลี้ภัย พ.ศ. … หมายถึง (1) บุคคลที่ต้องอยู่นอกประเทศที่ตนมีสัญชาติโดยไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะแสวงหาประโยชน์จากการคุ้มครองของประเทศนั้นเนื่องด้วยความหวาดกลัวอย่างสมเหตุสมผลต่อการถูกสังหารอันเนื่องมาจากเหตุผลทางเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ ความคิดเห็นทางการเมืองหรือการเป็นสมาชิกของกลุ่มทางสังคมที่เฉพาะเจาะจง

หรือบุคคลที่ไม่มีสัญชาติและต้องอยู่ภายนอกประเทศที่เคยอยู่เป็นแหล่งสำคัญ และด้วยเหตุดังกล่าวทำให้บุคคลนั้นไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะเดินทางกลับประเทศนั้น

(2) บุคคลที่ถูกบังคับให้เดินทางออกนอกสถานที่อยู่อันเป็นแหล่งสำคัญเพื่อแสวงหาที่พักพิงนอกประเทศต้นทางของตนอันเนื่องมาจากการรุกรานหรือการยึดครองจากภายนอก การครอบงำจากต่างประเทศ หรือสถานการณ์อื่นที่เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนอย่างร้ายแรงไม่ว่าจะเกิดขึ้นในส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทุกส่วนของประเทศต้นทางนั้น

โดยรวมถึงผู้ที่อยู่ในความอุปการะของบุคคลข้างต้นทั้ง 2 กรณีด้วย

ดังนั้น ผู้ลี้ภัยในประเทศไทย จึงหมายถึงบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยและไม่เคยอยู่ในประเทศไทย แต่วันหนึ่งต้องโยกย้ายเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเนื่องด้วยเหตุแห่งความหวาดกลัวจากการถูกสังหารอันเนื่องมาจากเหตุผลทางเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ ความคิดเห็นทางการเมืองหรือการเป็นสมาชิกของกลุ่มทางสังคมซึ่งเฉพาะเจาะจง โดยไม่อาจกลับไปยังประเทศต้นทางหรือไม่เต็มใจที่จะแสวงหาประโยชน์จากประเทศต้นทางของพวกเขาได้

ด้วยลักษณะดังกล่าว ทำให้ ความเป็นผู้ลี้ภัยเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งต่อตัวพวกเขาเอง และคนปกติธรรมดาทั่วไปเนื่องจากความไร้มนุษยธรรมที่เกิดกับชีวิตพวกเขาเป็นโศกนาฏกรรมอันใหญ่หลวงที่กักขังอิสรภาพและศักดิ์ศรีของการเป็นมนุษย์อย่างไม่สมเหตุผลเลย

มูลนิธิไทยเพื่อคนมีปัญหาสิทธิและสถานะบุคคลได้ก่อตั้งขึ้นมาภายใต้อุดมการณ์หนึ่ง คือเพื่อปลดปล่อยบุคคลที่อยู่ภายใต้สภาวะของการลี้ภัยให้เป็นผู้ลี้ภัยตามกฏหมาย ซึ่งต้องได้รับความคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และอิสรภาพโดยรัฐไทย มากกว่าที่จะได้รับการตอกย้ำซ้ำเติมชะตากรรมอันโหดร้ายของพวกเขาผ่านการกักขังหน่วงเหนี่ยวอย่างไร้มนุษยธรรมภายใต้พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ แค่เพียงโอบอุ้มความเป็นมนุษย์ที่ไร้ความผิดของพวกเขาในระยะเวลาหนึ่งก่อน ที่ประเทศที่สามจะรับเขาไว้ในความดูแลต่อไป

ร่าง พ.ร.บ. ผู้ลี้ภัย พ.ศ. … ถูกเขียนขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์หลักในการคุ้มครองผู้ลี้ภัย สรุปหลักการสำคัญ ดังนี้

ระบุให้มีการพิจารณาสถานะผู้ลี้ภัยในมาตรา 14 ว่า

“เมื่อคนต่างด้าวคนใดยื่นคำร้องขอเพื่อขอรับพิจารณาสถานภาพผู้ลี้ภัยต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่าสถานี หรือท้องที่ ในเวลาที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยหรือร้องขอต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหลังจากที่เดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว ให้เจ้าหน้าที่รับคำร้องส่งคำร้องไปยังกรรมาธิการเพื่อผู้ลี้ภัยภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับคำร้องขอ โดยหลังจากเขายื่นคำร้องขอแล้วห้ามมิให้มีการควบคุมตัวคนต่างด้าวนั้น เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยความมั่นคงของราชอาณาจักรหรือ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน”

มีการจัดตั้งกรรมาธิการเพื่อผู้ลี้ภัย ให้เป็นกลไกสำคัญในกระบวนการพิจารณาให้สถานะแก่ผู้ลี้ภัย โดยมาตรา 11 ระบุให้คณะกรรมาธิการเพื่อผู้ลี้ภัย มีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ คือพิจารณาคำร้องขอพิจารณาสถานภาพผู้ลี้ภัย พิจารณาเพิกถอนสถานภาพผู้ลี้ภัย เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในการกำหนดนโยบาย เกี่ยวกับการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัยหรือเพื่อให้ปรับปรุงกฏหมาย กฎ ระเบียบหรือโครงสร้างของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัย เป็นต้น โดยตามมาตรา 15 กรรมาธิการเพื่อผู้ลี้ภัยต้องพิจารณาคำร้องขอให้เสร็จสิ้นและมีคำตัดสินภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่ได้รับคำร้องขอ

หลังจากอนุมัติให้คนต่างด้าวมีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยแล้ว ให้กรรมาธิการเพื่อผู้ลี้ภัยแจ้งการอนุมัตินั้นแก่ผู้ลี้ภัยโดยออกเอกสารรับรองสถานะและอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยมีสิทธิอาศัยชั่วคราวในประเทศไทย 1 ปี หากจำเป็นต้องอยู่เกินให้ผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นผู้พิจารณาให้อยู่ต่อไปได้ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน

มีการกำหนดให้ผู้ลี้ภัยได้รับสิทธิประโยชน์หลายกรณี ได้แก่ การยื่นอุทธรณ์คำตัดสินเกี่ยวกับสถานภาพผู้ลี้ภัย โดยมาตรา 17 ระบุให้คนต่างด้าวที่ถูกปฏิเสธสถานะมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมาธิการผู้ลี้ภัยภายใน 30 วัน หลังวันที่ถูกปฏิเสธสถานะ และคณะกรรมาธิการผู้ลี้ภัยจะต้องพิจารณาและมีคำตัดสินภายใน 60 วันหลังจากรับคำขออุทธรณ์

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการได้รับสถานะผู้ลี้ภัยของคนต่างด้าวจะได้มาง่ายๆ เนื่องจากต้องมีการคำนึงถึงความสงบสุขของประชาชนไทยโดยรวมด้วย โดยมาตรา 21 ระบุว่า หากพบว่าบุคคลต่างด้าวคนใดได้ก่ออาชญากรรมต่อสันติภาพ อาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติหรืออาชญากรรมร้ายแรงที่ก่อขึ้นนอกประเทศไทยก่อนจะเข้ามาที่ประเทศไทย บุคคลต่างด้าวนั้นจะไม่ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย

มีการให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ลี้ภัยโดยยึดหลักมนุษยธรรมสากล ได้แก่ สิทธิในการได้รับปฏิบัติอย่างเป็นธรรม สิทธิในการได้รับความคุ้มครองสวัสดิภาพทางกาย สิทธิในทางศาสนา กระทั่งสิทธิในกระบวนการยุติธรรม การศึกษา สาธารณสุขและการบริการสาธารณะอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีการกำหนดให้ผู้ลี้ภัยมีหน้าที่ที่สำคัญ โดยมาตรา 29 ระบุว่า จะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับ และมาตรการในการรักษาความสงบเรียบร้อยของราชอาณาจักรไทย

มีการบรรจุหลักการสำคัญระดับสากล คือหลักการห้ามผลักดันกลับ เพื่อประโยชน์ในสวัสดิภาพของผู้ลี้ภัย โดยมาตรา 30 กำหนดว่า ผู้ลี้ภัยหรือผู้ที่ได้ยื่นขอพิจารณาสถานะผู้ลี้ภัยแล้วต้องห้ามถูกขับไล่ ส่งกลับไปยังที่ที่เขาจะถูกคุกคามในชีวิตและเสรีภาพ

วิธีการกรอกแบบฟอร์ม

  1. กรอกข้อมูลและลงนามในแบบฟอร์มผู้ลงชื่อเสนอกฎหมาย
  2. แนบสำเนาบัตรประชาชน (หรือบัตรอื่นใดที่ของทางราชการที่มีรูปถ่ายแสดงตนและเลขประจำตัวประชาชน) พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
  3. รวมเอกสารทั้งหมด 2 แผ่น ส่งมายัง เลขที่ 149/212 อาคารโมเดิร์น โฮมทาว์เวอร์ ชั้น 25 ถ.นนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพ 10120

คำแนะนำในการกรอกแบบฟอร์ม

  • ต้องมีสำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ โดยต้องเป็นบัตรที่แสดงหน้าตาชัดเจน และมีเลขประจำตัวประชาชน (บัตรประชาชนที่หมดอายุก็ใช้ได้)
  • ลายเซ็นในเอกสารทั้งหมด ต้องเป็นแบบเดียวกัน
  • ในส่วนบนของหนังสือที่เขียนว่า “เขียนที่” นั้น ให้เขียนที่อยู่ สถานที่ไหนก็ได้ที่ท่านกรอกแบบฟอร์ม
  • ชื่อร่างพระราชบัญญัติว่า “ร่างพระราชบัญญัติผู้ลี้ภัย พ.ศ. …”

เอกสารเพิ่มเติม

  1. แบบฟอร์มการลงลายมือชื่อผู้เสนอกฎหมาย
  2. เอกสารแนะนำการกรอกแบบฟอร์ม
  3. รางพระราชบัญญัติผูลี้ภัย พ.ศ.
  4. ใช้พลังประชาชน เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติผู้ลี้ภัย เพื่อประโยชน์แห่งชาติ
  5. กระบวนการเสนอกฎหมายโดยประชาชน